เที่ยวเกาหลีใต้

มาแนะนำ เที่ยวเกาหลีใต้ อัน-ยอง-ฮา-เซ-โย อ่าว!! ภาษาอะไรคะ ทักทายแบบนี้คงไม่มีใครเดาผิดใช่มั้ยคะ เพราะเราค่อนข้าคุ้นหูกันดี นั้นก็คือ ภาษาเกาหลีใต้นั้นเอง มีใครที่ไม่รู้จักประเทศนี้บ้าง…?? อื้ม..เราว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักประเทศเกาหลีอย่างแน่นอนเพราะสมัยนี้ อะไรๆก็ เกาหลี ขอยกตัวอย่างง่ายๆเลย เช่น เครื่องสำอางก็ต้องเกาหลี,เสื้อผ้าก็ต้องเกาหลี,แล้วที่สำคัญ ที่บ้านเราติดกันงอมแงมก็คงหนีไม่พ้น ซีรีส์เกาหลี กับ ไอดอลนักร้องเกาหลีที่มี หนุ่มๆ หรือ สาวๆ จำนวนมากๆมาร้องและเต้นประกอบเพลงนั้นเอง จนทำให้หนุ่มๆสาวๆบ้านเราคลั่งไคล้สะจนทั่วบ้านทั่วเมือง งั้นเรามาดูดีกว่าเกาหลีใต้นั้นมีอะไรน่าสนใจมั้งนอกจาก ซีรีส์เกาหลี,เครื่องสำอาง,และ ไอดอลสวยๆหล่อๆ ใครที่เคยดูซีรีส์เกาหลี อาจจะคุ้นเคยกับบางสถานที่ เช่น เกาะนามิ,เกาะเซจู,พระราชวังเคียงบ็อกคุง,หรือสถานที่ฮอตฮิตของคู่รักอย่าง โซลทาวเวอร์ ก่อนอื่นเราต้องรู้ข้อมูลเล็กๆน้อยๆกันก่อนออกเดินทาง
การเดินทางเข้าประเทศเกาหลี : การเดินทางเข้าประเทศเกาหลีนั้นไม่ต้องใช้วีซ่า ใช่แค่หนังสื่อเดินทางก็ได้แล้ว
ข้อควรกังวล : พอถึงด่านตรวจเข้าเมือง หรือว่า ตม. เค้าจะพิจารณาอีกทีว่าจะให้เราเข้าไปหรือเปล่า ถ้าให้ เราก็สามารถเที่ยวได้ตามแผนที่วางไว้ แต่ถ้าไม่ อันนี้ก็ถือว่าเป็นโชคร้ายของเรา
ฤดูกาล : สิ่งแรกก่อนที่เราจะไปเที่ยวที่ไหนหรือต่างประเทศ เราต้องรู้ถึงฤดูกาลของประเทศนั้นก่อนเพราะถ้าไม่ศึกษาเรื่องฤดูกาลให้ดีนั้นอาจทำทริปที่เราเดินทางหมดสนุกไปเลย เพราะเราอาจเจอกับสิ่งที่ตรงข้ามกับสิ่งที่ได้วาดฝันไว้งั้นเรามาดูกันว่าประเทศเกาหลีมีกี่ฤดู
ประเทศเกาหลีใต้นั้นมีสภาพอากาศอยู่ในเขตอบอุ่น และมีฤดูกาลหรือในภาษาเกาหลีที่เรียกว่า “คเยจอ ทั้งหมด 4 ฤดู ได้แก่ ฤดูหนาว (Winter), ฤดูใบไม้ผลิ (Spring), ฤดูร้อน (Summer) และฤดูใบไม้ร่วง (Autumn / Fall)

ฤดูหนาว – คยออุล ช่วงเวลา ธันวาคม – กุมภาพันธ์
อุณหภูมิ อุณหภูมิเฉลี่ย -5 องศาเซลเซียส และอาจต่ำสุดถึง – 20 องศาเซลเซียส ในช่วงที่หนาวจัดสภาพอากาศ อากาศหนาวเย็นและแห้ง บางครั้งมีฝนหรือหิมะตก และจะมีช่วงวันที่อากาศหนาวจัดสลับกับวันที่อากาศอุ่นสบาย 3 -4 วัน

ฤดูใบไม้ผลิ – พม ช่วงเวลา มีนาคม – พฤษภาคม
อุณหภูมิ อุณหภูมิเฉลี่ย 6 -16 องศาเซลเซียสสภาพอากาศ ปลายเดือนมีนาคมหรือต้นเดือนเมษายน ต้นไม้จะผลิใบสะพรั่งเต็มต้น ช่วงกลางเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม แสงแดดสดใสตลอดทั้งวัน
ฤดูร้อน – ยอรึม ช่วงเวลา มิถุนายน – สิงหาคม อุณหภูมิ อุณหภูมิเฉลี่ย 25 องศาเซลเซียส และอาจถึง 35 – 38 องศาเซลเซียส ในช่วงที่ร้อนจัดสภาพอากาศ อากาศร้อน และมีฝนตกบ้าง ต้นไม้เขียวชะอุ่ม ฤดูมรสุมจะเริ่มขึ้นในปลายเดือนมิถุนายน จนถึงช่วงกลางหรือปลายเดือนกรกฎาคม และในเดือนสิงหาคมอากาศจะร้อนจัดและชื้นมาก

ฤดูใบไม้ร่วง – คาอึล ช่วงเวลา กันยายน – พฤศจิกายน
อุณหภูมิ อุณหภูมิเฉลี่ย 5-25 องศาเซลเซียส สภาพอากาศ อากาศสดชื่น ท้องฟ้าโปร่ง เป็นสีคราม และในเดือนตุลาคมทั่วประเทศจะมีสีสันสดใสด้วยใบไม้ ที่เปลี่ยนเป็นสีทองและสีแดงเต็มต้น ถือเป็นช่วงที่เหมาะกับการท่องเที่ยวมากที่สุด
คำถาม : เที่ยวฤดูไหนดี ??
คำตอบ : เที่ยวได้ทุกฤดูคะ แล้วแต่ความชอบ และอยู่มันนี่ในกระเป๋าของคุณด้วยนั้นเอง

เวลา : เวลาในประเทศเกาหลีใต้ เร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง
สกุลเงินเกาหลี : สกุลเงินที่ใช้ในเกาหลี คือ สกุลเงินวอน / 1,000 วอน แลกเงินไทยได้ประมาณ 28-30 บาท แต่เพื่อความแน่ใจควรตรวจสอบค่าเงินก่อนออกเดินทางให้ดีเพื่อความแน่ใจส่วนเรื่องบัตรเครดิต เช่น วีซ่า อเมริกันเอ๊กซ์เพลส ไดเนอร์คลับ มาสเตอร์ และเจซีบี สามารถใช้ได้ตาม โรงแรมใหญ่ภัตตาคารใหญ่ ๆ และตามร้านค้าบางแห่งในกรณีที่ต้องการซื้อสินค้า
ข้อแนะนำ : ควรจะอนุมัติวงเงินจากบัตรเครดิตธนาคารต้นสังกัด เพื่อความสะดวกในการใช้จ่าย สำคัญคือ ควรเตรียมเงิน วอน หรือ เงินดอลล่าร์สหรัฐ ไปด้วยเพื่อความสะดวกในการซื้อของเล็กๆ น้อยๆ ตามร้านขายของทั่วไปจะดีกว่า เพราะสินค้าพื้นเมืองบางอย่าง นั้นตามร้านขายของพื้นเมืองจะมีราคาถูกกว่าร้านค้าขนาดใหญ่ที่รับบัตรเครดิตนั้นเอง
การจัดกระเป๋าเดินทางและการเตรียม เสื้อผ้า ไปเกาหลี : เสื้อผ้าที่เตรียมควรเหมาะสำหรับเดินทางและควรเหมาะกับสภาพภูมิอากาศในแต่ละฤดูกาลที่คุณจะเดินทางไปเที่ยวด้วย
กระแสไฟฟ้าในเกาหลี : กระแสไฟฟ้าที่ใช้ในประเทศเกาหลีอยู่ที่ 110, 220 โวลต์ บางโรงแรมที่เกาหลีใช้ระบบเดียวกับไทย เพื่อความมั่นใจแนะนำว่าควรเตรียมตัวแปลงปลั๊กเต้าเสียบแบบสามขาไปด้วย เนื่องจากที่เกาหลีส่วนใหญ่จะใช้เต้าเสียบแบบหัวกลม แต่ประเทศไทยใช้แบบหัวเหลี่ยมแต่เพื่อความชัวร์เรา เตรียมปลั๊กจากบ้านเราไปด้วยจะดีกว่า
อาหารเกาหลี : โดยส่วนมากอาหารของเกาหลีจะเป็นอาหารท้องถิ่น เช่น หมูย่างเกาหลี ไก่ตุ๋นโสมเกาหลี เกาหลีมีวัฒนธรรมในการรับประทานอาหาร ซึ่งจะนิยมอาหารชนิดเดียว แต่จะมีเครื่องเคียงเป็น ผักต่างๆหรือเครื่องเคียงอย่างอื่น เช่น กิมจิ ผัดผักหรือผักนึ่ง ผักผัดซอส มาด้วย เราสามารถเตรียมอาหารที่เราชอบติดตัวไปรับประทานได้เพราะเราเชื่อว่า ยังไงสะอาหารบ้านเราก็ต้องถูกบ้านเรามากกว่า แต่ถ้าหากเป็นอาหารสั่งเองตามร้านทั่วไปก็จะมีหลากหลายพันอย่างลองแวะชิมดู เพราะเกาหลีจะมีร้านอาหารที่เปิดอยู่ตามข้างทางเยอะพอสมควร
ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวเรามาดูดีกว่าว่าประเทศเกาหลีนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปแล้วจะมีที่ไหนกันบ้าง สถานที่บางแห่งเราอาจเห็นจาก หนัง หรือ ซีรีส์เกาหลีแล้วบ้าง บางคนอาจคุ้นๆว่าคือที่ไหนแต่ไม่รู้ชื่อ งั้นเรามาดูกันคะว่ามีที่ไหนบ้าง

เกาะนามิ

คุณสามารถไปเที่ยวเกาะนามิได้ทั้งปี ซึ่งบรรยากาศในการท่องเที่ยวจะมีความแตกต่างกันไปตามฤดูกาล เช่น

ช่วงพฤษภาคม – สิงหาคม เป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูร้อน อากาศกำลังสบาย ต้นไม้ผลิใบและดอกไม้เบ่งบานสดชื่น

ช่วงตุลาคม – พฤศจิกายน ช่วงฤดูใบไม้ร่วง ถือเป็นช่วงไฮซีซั่นของที่นี่ เพราะต้นไม้ใบไม้กำลังเปลี่ยนสีเป็นสีส้มและสีเหลืองเกือบทั่วทั้งเกาะ

ช่วงธันวาคม – กุมภาพันธ์ เป็นช่วงฤดูหนาว คุณจะได้เห็นภาพหิมะขาวสะอาดปกคลุมไปทั่วเกาะ เป็นอีกบรรยากาศหนึ่งที่น่าประทับใจ
ไม่มีใครไม่รู้จักเกาะแห่งนี้เพราะว่า เป็นเกาะที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงมาก เพราะที่เกาะนามิแห่งนี้เป็นสถานที่ถ่ายทำซีรีส์ชื่อดังอย่าง winter love song หรือ เพลงรักในสายลมหนาว ที่ทำให้ใครต่างรู้จักกับเกาะนามิแห่งนี้ดี ทำให้เหล่าคอซีรีส์รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างต้องเดินทางไปยังสถานที่แสนโรแมนติกเพื่อตามรอยซีรีส์นั้นเอง ภายในเกาะนามินั้นจะมีกิจกรรมต่างให้เราได้ทำหรือสนุกสนานไปกับกิจกรรมต่างอาทิเช่น
1.รูปปั้นคู่พระนางจากเรื่องเพลงรักในสายลมหนาว (Winter Sonata Statue) การถ่ายภาพกับรูปปั้นโลหะขนาดเท่าตัวจริงของดารา เบยองจุน (Bae Yong Joon) และ แชงจีอู (Choi Ji Woo) เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของภาพยนต์เรื่องเพลงรักในสายลมหนาว และถือว่าเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวแฟนคลับดาราเกาหลีมาถ่ายภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งหรือจะเปลี่ยนบรรยากาศมาปั่นเรียวไบท์แทนก็ได้

2.ถนนสายต้นสนเกาหลี (Central Korean Pine Tree Lane) ที่ถนนสายนี้เราสามารถเก็บภาพกับทิวสนที่เรียงต้นเป็นแนวยาวสง่างามถือเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเกาะนามิ สถานที่แห่งนี้ใช้เป็นสถานที่ใช้ถ่ายทำซีรีส์เรื่องเพลงรักในสายลมหนาวด้วยเช่นกัน เหมาะกับการเดินสูดบรรยากาศธรรมชาติ หรือเดินจูงมือคนรู้ใจไปพร้อมกับการถ่ายรูป

3.ถนนสายแปะก๊วย (Ginkgo Tree Lane) ชมความงามหรือเก็บภาพกับต้นแปะก๊วยที่เรียงแถวทอดตัวยาวกว่า 80 เมตร เป็นสถานที่ ที่

นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปมากที่สุดโดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เพราะใบแปะก๊วยจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลืองทองอร่าม รับรองว่ารูปถ่ายชุดนี้ของคุณในหน้าเฟสบุ๊คจะมีคนเข้ามากดไลค์เพียบอย่างแน่นอน
4.หมู่บ้านกิมจิ (Kimchi House) เป็นสิ่งก่อสร้างที่สร้างเลียนแบบกระท่อมแบบโบราณสำหรับหมักกิมจิตามกรรมวิธีโบราณของคนสมัยก่อน วิธีหมักคือ ฝังไหกิมจิลงในพื้นดินตลอดช่วงฤดูหนาว ทุกๆ ปีจะมีการจัดเทศกาลทำกิมจิขึ้นที่นี่ ซึ่งมักจะได้รับความนิยมและมีผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก และนอกจากนี้เกาะมิแห่งนี้ยังมีกิจกรรมต่างให้เราได้ทำอีกเยอะ ถ้าอยากรู้ต้องไปดูซักครั้ง

อุทยานแห่งชาติโซรัคซาน ( Seoraksan National Park )

อุทยานแห่งชาติโซรัคซานมีอะไร?? มีหมีคะแต่เป็นรูปปั่นหมีนะคะ 😯  😯  😯 

เที่ยวเกาหลี

ข้อแนะนำ : ควรไปช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีเพราะเราจะเพลิดเพลินไปกับการชมสีสันของใบไม้ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เป็นเวลาที่ดีที่สุดในการไปเที่ยวตามภูเขา เพราะจะเห็นความงดงามของธรรมชาติที่ใบไม้จะเต็มไปด้วยสีสันต่างๆ
อุทยานแห่งชาติโซรัคซาน หรือ สวิสเซอร์แลนด์ของเกาหลี เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่ เพราะมีเนื้อที่ ถึง 354 ตารางกิโลเมตร จัดได้ว่าเป็นแนวเขาที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในเกาหลีและมีดอกไม้บานสะพรั่งทั้งฤดูใบไม้ผลิ และช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีหุบเขาแห่งนี้จะเปลี่ยนเป็นสีแดงสีทองทั่วทั้งหุบเขา
การเดินทางไปยังอุทยานนั้นจะต้องนั่งกระเช้าไฟฟ้า สู่จุดชมวิวของอุทยานแห่งชาติเขาโซรัคซาน ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นภูเขาสี่ฤดู และสวิสเซอร์แลนด์ของเกาหลี เขาโซรัคตั้งอยู่ใจกลางภูเขา แทแบค ซึ่งทอดยาวไปถึง เขาคึมคัง ของประเทศเกาหลีเหนือ ซึ่งมีเทือกเขา ป่าไม้ หุบเขา สายน้ำ ทะเลสาบ และ หินรูปร่างต่างๆ ที่สวยงามทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติที่หาดูได้ยาก ภูเขาโซรัคซานมีความงามเฉพาะตัวตลอดทั้งปีอยู่แล้ว แต่ช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจะเป็นช่วงที่สวยงามที่สุด นักท่องเที่ยวส่วนมากจะชอบเดินทางมายังอุทยานแห่งชาติเขาโซรัคซาน ในช่วงนี้ เพื่อชมความงามของใบไม้ที่เปลี่ยนเป็นสีต่างๆ ส่วนในช่วงเดือนตุลาคม ทั่วทั้งบริเวณนี้นั้นใบไม้จะกลายเป็นสีแดงและสีเหลือง
นอกจากนี้บริเวณโดยรอบของอุทยานแห่งชาติโซรัคซาน ยังมี วัดชินฮึงซา ( Sinheungsa Temple ) วัดเก่าแก่สร้างในสมัย อาณาจักรชิลล่าอายุกว่า1,000ปี ท่านสามารถนมัสการกราบไหว้พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ปางสมาธิขนาดใหญ่ที่ประดิษฐานเป็นสัญลักษณ์ของอุทยาน ก่อนจะผ่านสะพานชำระล้างจิตใจเข้าสู่เขตวัดเพื่อไหว้พระขอพร ถัดไปเป็นวัดนักซาน วัดเก่าแก่อายุกว่า1,000ปี ไหว้เจ้าแม่กวนอิม ซึ่งมีขนาดมหึมาที่ประทับยืนเด่นเป็นสง่าหันหน้าสู่ทะเลตะวันออกเพื่อปกป้องชาวเกาหลีตามความเชื่อแต่โบราณ นอกจากนี้ยังสามารถชมวิวที่ศาลาอุยซางแด ซึ่งชาวเกาหลีนิยมมาชมแสงแรกของปีในวันขึ้นปีใหม่ที่ศาลาแห่งนี้กัน
คำถาม : มีรูปปั่นหมีแต่ทำไม ไม่มีหมีตัวเป็นๆ มันน่าสงสัย ??
คำตอบ : เฉลย มีตำนานเล่าว่าในสมัยก่อนนั้น มีหมีกับเสืออยากเป็นมนุษย์ เลยสวดภาวนาต่อเทพทุกองค์ จนกระทั่งได้มาขอพรต่อ เทพฮวานอุง และเทพฮวานอุงนั้นได้สัมผัสถึงความปราถนาอันแรงกล้าของหมีและเสือ จึงได้ประทานผักโขม และ กระเทียมแก่สัตว์ทั้งสองพร้อมทั้งสั่งให้สัตว์ทั้งสองนั้นต้องจำศีลอยู่ในถ้ำเป็นเวลา 100 วัน หากทำสำเร็จสัตว์ทั้งสองก็จะได้เป็นมนุษย์สมคำปรารถนาแต่เสือนั้นทำไม่ได้ ส่วนหมีมีความอดทนมากกว่าเลยได้เป็นมนุษย์ เพศหญิงนามว่าอุง-นยอ ซึ่งมีความงดงามมาก ต่อมา เทพฮวานอุงจึงแปลงกลายเป็นมนุษย์แล้วมาแต่งงานกับอุง-นยอเสียเอง จึงได้กำเนิดบุตรชายชื่อ ทันกุนวันกอม (Dangun Wanggeom) จนต่อมา ทันกุนวันกอม ได้เป็นผู้สถาปนาอาณาจักรโคโชซอนขึ้น (Gojoseon) ซึ่งถือว่าเป็นอาณาจักรเริ่มแรกของเกาหลีนั่นเอง ดังนั้น ชาวเกาหลีจึงเชื่อว่า หมีเป็นต้นกำเนิดของพวกเค้า และได้สร้างอนุสาวรีย์หมีไว้ที่ โซรัคซานแห่งนี้นั้นเอง

วัดพงเอินซา (Pongunsa Temple)
แต่เดิมมีชื่อว่าวัดเคียงซองซา (Gyeonseongsa) สร้างขึ้นหลังจากที่กษัตริย์วองซอง(Weongseong) ขึ้นครองราชย์ในราชวงศ์ชิลลา (ค.ศ.794) ได้ 10 ปี วัดพงเอินซานั้นตั้งอยู่ที่เชิงเขาซูโด(sudo) ที่อยู่ทางทิศใต้ของกรุงโซลเป็นหนึ่งในวัดของพระพุทธศาสนาแบบดั้งเดิมที่มีอายุเก่าแก่กว่า 1,200 ปี
ในปี ค.ศ.1498 สมเด็จพระราชินี (Jeonghyeon) ได้สั่งให้มีการฟื้นฟูบูรณะวัดเคียงซองซาและเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นวัดพงเอินซา ต่อมาในปี ค.ศ. 1548 สมเด็จพระราชินี ( Munjong)ได้กำหนดให้วัดแห่งนี้เป็นวัดหลักของพระพุทธศาสนานิกาย Seon (Zen) และมอบตำแหน่งเจ้าอาวาสให้กับ Bowoo ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยสมเด็จพระราชินี Munjong ทำการฟื้นฟูและบำรุงพระพุทธศาสนาหลังจากที่มีการกดขี่ข่มแหงของราชวงศ์โชซอน
ภายในวัดแห่งนี้นั้นมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในเกาหลีประดิษฐานอยู่ เป็นพระพุทธรูปที่แกะสลักด้วยหินอ่อนสูง 32 เมตร บริเวณลานด้านหน้าของพระพุทธรูปเป็นลานที่ใช้จัดพิธีกรรมที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา ซึ่งลานนี้จะเต็มไปด้วยผู้ที่มากราบไหว้บูชาพระพุทธรูป และในวันก่อนวันขึ้นปีใหม่ของทุกๆปีจะมีการนำโคมไฟมาประดับเป็นจำนวนมากและมีพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาเพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเริ่มต้นปีใหม่นั้นเอง

พระราชวังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace)
พระราชวังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace) ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1395 เพื่อเป็นพระราชวังหลักของราชวงศ์โชซอน (ค.ศ. 1392 – ค.ศ. 1910) อันเป็นราชวงศ์ที่สถาปนาขึ้นโดยกษัตริย์แทโจ ในช่วงรัชสมัยของราชวงศ์โชซอน โดยพระองค์ได้ทรงสร้างพระราชวังไว้ถึง 5 แห่ง พระราชวังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace) นั้นมีอีกชื่อที่เป็นที่รู้จักทั่วไป คือ “พระราชวังภาคเหนือ”เนื่องจากอยู่ในทิศเหนือสุดในบรรดาพระราชวังทั้ง 5 แห่ง
และยังถือว่าเป็นพระราชวังที่สวยงามและยิ่งใหญ่ที่สุด นอกจากการเดินเยี่ยมชมประติมากรรมร่วมสมัยแล้ว เรายังสามารถชมพิธีการเปลี่ยนเวรราชองค์รักษ์อีกด้วย พิธีนี้เป็นพิธีเปลี่ยนเวรของราชองค์รักษ์ในราชวงศ์โชซอน โดยจะจัดขึ้นทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศด้วย ส่วนช่วงที่จะเปลี่ยนเวรนั้น คือ ช่วงเวลา 11.00 น. 14.00 น. และ 15.30 น. ที่ ประตูควางฮวามุน ประตูแทฮันมุน และประตูดนฮวามุน
ข้อแนะนำ : ช่วงเดือน มีนาคม-ตุลาคม 9:00 – 18:00 (โปรดเข้าชมก่อนเวลาปิด 1 ชั่วโมง)
ช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ 9:00 – 17:00 (โปรดเข้าชมก่อนเวลาปิด 1 ชั่วโมง)
ปิดทำการทุกวันอังคาร

คลองชองกเยชอน (Cheonggyecheon Stream)
คลองชองกเยชอน (Cheonggyecheon Stream เป็นคลองที่มีความยาวเกือบ 6 กิโลเมตร คลองนี้แห่งมีขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์โชซอน และมีอายุถึง 600 ปี เปรียบเทียบคือมีอายุเท่ากับกรุงโซลนั้นเอง แต่เดิมคลองแห่งนี้ถูกถมเป็นถนนและทางด่วนทำให้เกิดตึกสูงมากมาย ทำให้คลองชองเกชอน นั้นเริ่มเน่าเสีย และเต็มไปด้วยชุมชนแออัด
แต่ในปี 2003 ได้มีโครงการฟื้นฟูคลองเกิดขึ้น เริ่มโดยผู้ว่าการกรุงโซล อีมยองบัค โดยมีการขุดลอกคูคลองแล้วเปลี่ยนเป็นคลองที่มีลำธารไหลยาว โดยผันน้ำมาจากแม่น้ำฮัน แล้วปล่อยน้ำเสียลงทะเล พร้อมกับฟื้นฟูธรรมชาติสองฝั่งคลอง ปรับเปลี่ยนทัศนียภาพใหม่ให้สวยงาม พร้อมมีการสร้างน้ำพุตลอดแนว และมีลานกิจกรรม หรือบริเวณที่เรียกว่า Cheonggye Plaza ก็มีทางเดินเลียบคลอง และสะพานกว่า 22 แห่ง ใช้งบประมาณไปทั้งหมด 3 แสน 8 หมื่นล้านวอน หรือราวๆ หนึ่งหมื่นสองพันล้านบาท และทำให้ที่นี้กลายเป็นสวรรค์ของความงามของธรรมชาติท่ามกลางความวุ่นวายของสังคมชีวิตในเมือง แถมที่นี้ยังแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของชาวเกาหลี

ต่อเราจะเยือนสถานที่โรแมนติก เหมาะสำหรับคนที่มีคู่ ทายได้มั้ยว่าคือที่ไหน ?? นั้นก็คือ 😳  😳  😳  💡 

Lotte World Adventure20150622-154123 Lotte World Adventure20150622-153852 n seoul tower-111258 capture-20151021-124108

โซลทาวเวอร์ หรือ (N-Seoul Tower)
โซลทาวเวอร์ หรือ (N-Seoul Tower) โซลทาวเวอร์นั้นถือว่าเป็นจุดชมวิวของกรุงโซล ที่เปรียบเสมือนว่าเป็นแลนมาร์คที่สำคัญที่ใครๆไปใครๆมาเที่ยวที่กรุงโซลจะต้องแวะมาเที่ยวที่นี่ เพราะด้วยความสูง 236.7 เมตร และตั้งอยู่บนยอดเขานัมซาน ทำเห็นทัศนียภาพอันงดงามของกรุงโซลและพื้นที่โดยรอบ ที่โซลทาวเวอร์นั้นไม่ใช่แค่เป็นจุดชมวิวเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่สุดแสนจะโรแมนติก เพราะไม่ว่าจะเป็นยามกลางวันหรือกลางคืน และไม่ว่าจะฤดูไหนๆ ที่นี่ยังคงได้รับความนิยมเสมอมา ทั้งจากนักท่องเที่ยว และคู่รักชาวเกาหลี เพราะบรรดาคู่รักมักนิยมมาคล้องกุญแจ เพราะเชื่อว่าจะทำให้ความของตัวเองนั้นยืนยาว

แม่น้ำฮัน (Miracle on the Han River)
แม่น้ำฮันนั้นเป็นแม่น้ำที่มีความยาว 41.5 กิโลเมตร และกว้าง 175 เมตร และยังมีสะพานข้ามแม่น้ำที่เชื่อมฝั่งเหนือและใต้มากถึงเกือบๆ 20 สะพาน รวมถึงสะพานพันโพ เป็นสะพานที่มีการจัดแสดงน้ำพุสีรุ้ง หากเราจะเดินเล่นชมวิวแม่น้ำฮัน ก็มีสวนสาธารณะริมแม่น้ำฮันหลายที่ด้วยกัน แต่ที่นิยมที่สุดก็เห็นจะเป็นที่นี่ Yeouido Hangang Park บริเวณของ ยออึยโดพาร์ค นั้นจะเป็นแนวยาวตั้งแต่ อาคารรัฐสภา (The National Assembly Building) ที่อยู่ฝั่งตะวันตก มาจนถึงตึก 63 (63 Building) ที่อยู่ฝั่งตะวันออก ถ้าใครมีเวลามากและยังไม่เมื่อยไปเสียก่อน ก็สามารถเดินจากฝั่งตะวันตกมายังตะวันออกได้เช่นกัน หรือจะเลือกชมวิวแค่ฝั่งใดฝั่งหนึ่งก็ได้
ที่บริเวณถนนหน้าอาคารรัฐสภา ตลอดทั้งแนว ถ้าเราเดินทางมาช่วงเดือนเมษายน ละก็จะพบกับดอกซากุระบานที่สะพรั่งสวยงาม บริเวณนี้คือจุดชมซากุระที่สำคัญในกรุงโซล และเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลดอกซากุระนั่นเอง (ดอกซากุระจะบานแค่ 1 สัปดาห์) นอกจากนี้ยังมีจักรยานให้เช่าด้วย เผื่อเวลาที่เราเหนื่อยกับการเดิน
จักรยานให้เช่าจะมี 2 แบบ คือแบบปั่นคนเดียวกับปั่นสองคน ถ้าจะเช่าจักรยานนั้นเราจะต้องใช้พาสปอร์ตเป็นตัวประกัน พอเอาจักรยานมาคืนก็จะได้พาสปอร์ตคืนกลับมา
ถ้ายังไม่สะใจหรือเบื่อกับการชมวิวแม่น้ำฮันละก็ เราขอเสนอว่าลองนั่งเรื่องชมก็ได้นะคะ เรือที่แล่นไปในแม่น้ำก็ถือว่าได้เปลี่ยนบรยาการไปอีกแบบ เพราะเราจะได้ชม ทั้งความสวยงามของสองฝั่งแม่น้ำฮัน
ราคาคอร์สสำหรับนั่งเรือ
– On-way Trip Cruise (แบบเที่ยวเดียว) เส้นทาง Yeouido-Jamsil ระยะเวลาล่องเรือ 70 นาที ราคา 13000 วอน
– Round Trip Cruise (แบบไป-กลับ) ระยะเวลาล่องเรือ 60 นาที ราคา 11000 วอน
หากต้องการชม Magic Show บนเรือด้วย จะราคา 14000 วอน
หากต้องการชม Live Concert บนเรือ จะราคา 15000 วอน
หรือหากต้องการชม Gag Show บนเรือ จะราคาตั้งแต่ 19000-35000 วอน (ราคาแล้วแต่ที่นั่ง) และจะใช้เวลาล่องเรือนานกว่าคือ 90 นาที
– Lunch/Dinner Buffet And Babecue Cruise (แบบไป-กลับพร้อมทานอาหาร)
Lunch Buffet ราคา 29900 วอน ระยะเวลาล่องเรือ 80 นาที
Dinner Buffet ราคา 60000 วอน ระยะเวลาล่องเรือ 90 นาที
Babecue ราคา 49900 วอน ระยะเวลาล่องเรือ 90 นาที

ราย

สวนสนุกล็อตเต้เวิลด์ ( Lotte World )
สวนสนุกล็อตเต้เวิลด์หรือที่เค้าเรียกสวนสนุกแห่งนี้ว่า ดีสนีย์แลนด์เกาหลี สวนสนุกแห่งนี้อยู่ในตัวเมือง สามารถเดินทางไปเที่ยวได้ง่ายเหมาะมากกับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาน้อย และนอกจากเป็นสวนสนุกแล้ว ที่นี่ยังมีห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนต์ และมีลานสเก็ตอยู่ใจกลางอีกด้วย เรียกได้ว่าครบจบทีเดียวเลยก็ว่าได้

เที่ยวจุใจแล้วเราเชื่อว่าใครที่มาถึงประเทศเกาหลีจะต้องไม่พลาดเรื่อง ช็อปปิ้งกันทั้งนั้นงั้นเรามาดูว่ามีที่ไหนน่าสนใจมาเริ่มที่แรกกันก่อนเลย เชื่อว่าหลายๆคนต้องร้อง อ้อ…. กันเลยเมื่อได้ยินชื่อเพราะถือว่าเป็นที่ฮอตฮิตมากๆ เพราะใครก็รู้จัก 😀  :mrgreen:  🙂  😆  😳  😉 

capture-20151021-124903 capture-20151021-124727 capture-20151021-125145 capture-20151021-124955

1.ย่านเมียงดง
ที่นี่ถือว่าเป็นศูนย์กลางของการค้าของเกาหลีเลยก็ว่าได้ เพราะที่นี้มีสินค้าแบรนด์เนมจากทั่วทุกมุมโลกมาเปิดตัว ซึ่งเมียงดงก็เป็นแหล่งช็อปปิ้งหลักๆที่เหล่าบรรดาแบรนด์เนมมักจะมาเปิดตัวสินค้ากันที่นี่ เพราะฉะนั้น ที่ย่านเมียงดง เราจะได้พบกับแบรนด์สินค้าดังๆเช่น H&M, Zara, Nike, Uniqlo และอีกมากมาย ยิ่งไปกว่านั้นคุณจะได้พบกับสินค้าแบรนด์ดังๆของเกาหลีเองที่นี่ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้เมียงดงยังเป็นที่ตั้งของห้างอันดับหนึ่งของกรุงโซลอย่าง Lotte Department store ซึ่งมีร้านค้ามากมายที่คุณสามารถซื้อแบบที่เขาเรียกว่า hands free (ซื้อที่นี่ รับของที่สนามบิน) โดยรวมแล้วที่เมียงดงคุณจะสัมผัสกับประสบการณ์การช็อปปิ้งที่ดีที่สุดในเกาหลีเลยก็ว่าได้
2.ย่านทงแดมุน
ทงแดมุนมีพื้นที่รวมทั้งหมด 66,116 ตารางเมตร และมีร้านค้ากว่า 1700 ร้านค้า มีผู้คนหมุนเวียนมาที่นี่กว่า 400,000 คนต่อวัน และเป็นนักท่องเที่ยวประมาณ 10,000 คน สินค้าที่นี่มีมากมายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า สิ่งทอ งานฝีมือ ของใช้ในชีวิตประจำวัน เครื่องครัว เครื่องประดับ สินค้านำเข้า อาหาร หรือ สินค้าเบ็ดเตล็ด ไม่ใช่แค่แผงลอยเท่านั้น แต่ยังมีตึกอีกหลายตึก ที่มีร้านค้าอยู่ด้านในอีกนับพันค่อยให้เราเดินช็อปจนตาลายเลยทีเดียว
3.ย่านอัพกูจอง
อัพกูจองเป็นหนึ่งในย่านที่ถือรวยที่สุดในกรุงโซล และ ประเทศเกาหลีใต้เลยก็ว่าได้ ถ้าจะให้เปรียบก็อาจจะเป็น เอกมัยหรือทองหล่อบ้านเรานั้นเอง … ย่านอัพกูจองนั้น ส่วนมากจะมีแต่สินค้าแบรนด์ดังอย่าง Louis Vuitton, Prada, Channel ซึ่งผู้คนที่มาเดินเล่นที่นี่นั้นส่วนใหญ่จะเป็น คนมีฐานะและแฟชั่นนิสต้าชื่อดังของเกาหลี รวมถึงผู้คนที่ดูมีตัง นอกจากนั้นยังมีห้าง Galleria ซึ่งมีร้านแบรนด์สินค้าไฮเอ็นมากมายอยู่ในห้าง แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่ของแพง สินค้าราคาปานกลาง ไม่เว่อร์เกินไป ก็มีขายกันอยู่มากที่อัพกูจอง ซึ่งหากใครมาเที่ยวเกาหลี อยากได้บรรยากาศไฮโซๆ ของกรุงโซลหละก็ มาที่นี่เลย เพราะไฮโซสุดๆ
4.ย่านถนนกาโรสุ
ช็อปปิ้งในถนนไฮโซอย่างกาโรสุนั้นเป็นอะไรที่ฟินมาก เพราะเนื่องจากที่นี่จะเป็นเขตที่สร้างใหม่แล้ว ที่ถนนแห่งนี้ยังมีเสื้อผ้าเทรนด์ใหม่ที่สุดมาขายอยู่ตลอดอีกด้วย เรียกว่าใครอยากนำเทรนด์ละก็ต้องมาช็อปปิ้งที่นี่ได้เลย หรือหากคุณอยากจะเดินช็อปปิ้งในบรรยากาศที่มีผู้คนหน้าตาดี แต่งตัวดูดี พร้อมด้วยเดินเลือกซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมเทรนด์ใหม่สุดจากทั่วทั้งในเกาหลีและทั่วทุกมุมโลก รับรองว่าถนนกาโรสุจะไม่ทำให้คุณผิดหวังเลย แต่อย่าเพิ่งคิดว่าการเดินช็อปปิ้งในแหล่งที่ไฮโซแบบนี้ เสื้อผ้าจะแพงเสมอไป เพราะสินค้าแบรนด์เกาหลีจากดีไซเนอร์เกาหลีนั้นไม่ได้แพงอย่างที่คิด แถมที่ถนนนี้ยังมีร้านกาแฟสวยๆและร้านอาหารหรูๆอร่อยๆเปิดให้บริการให้เลือกกันเยอะอีกด้วย หรือถ้ายังไม่จุใจก็สามารถ และไปที่สถานีรถไฟกังนัมและสถานีรถไฟ Expess หรือ ที่อีฮวา
เห็นหรือยังว่าเกาหลียังมีอะไรดี นอกจากซีรีส์ และ โอปป้าสุดหล่อ 555+ ลองไปเที่ยวดูนะคะ เผื่อว่าเดินๆอยู่อาจจะเจอหนุ่มไอดอลเกาหลีที่เราชอบก็ได้ :mrgreen:  😯  😉  🙂  😆  😳  😐
โปรแกรมเที่ยวเกาหลี

[ทัวร์แบ่งตามประเทศ catid=”12″]

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *